รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาเพื่ออนาคตประเทศระยะยาว

รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาเพื่ออนาคตประเทศระยะยาว

รัฐบาลจัดกิจกรรม “สื่ออยากรู้ รัฐบาลอยากเล่า” ครั้งที่ 3 ย้ำหลักการแก้ปัญหาเดินหน้าสู่อนาคตระยะยาว พัฒนาทั้งด้านการศึกษาเพื่อพัฒนาคน ความเจริญด้านคมนาคม ปฏิรูปกฎหมายเพื่อความเท่าเทียม

รัฐบาลจัดกิจกรรม “สื่ออยากรู้ รัฐบาลอยากเล่า” ครั้งที่ 3 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กล่าวในหัวข้อ “มุมมองของรองนายกฯประจินฯ” ว่า สิ่งที่รัฐบาลทำคือเรื่องการแก้ปัญหา เพื่อเดินหน้าไปสู่อนาคตระยะยาว ประกอบด้วย 5 ปัจจัยคือ เน้นการดำเนินการอำนวยความยุติธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ ขจัดความทุกข์ยาก สร้างความสามัคคีและคืนคนดีสู่สังคม โดยรัฐบาลพยายามทุ่มเททุกด้านทั้งการจัดการศึกษาให้กับเด็ก เพื่อพัฒนาให้เป็นคนเก่งและคนดีของสังคม การคมนาคม ด้านการบินเพิ่มสนามบินและพัฒนาให้เกิดความสะดวกคล่องตัว รองรับกับการขนส่งและจำนวนผู้เดินทางที่เพิ่มมากขึ้น การขนส่งทางน้ำ เพิ่มความสะดวกและทำให้มีความพร้อมเพื่อพัฒนาให้กลายเป็นผู้นำในอาเซียน

พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ด้านพลังงาน ปัจจุบันที่พบใช้พลังงานมากที่สุดคือกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รองลงมาคือภาคใต้ ซึ่งปริมาณความต้องการได้รองรับความต้องการของประชาชนด้วยการหาแหล่งพลังงานสำรองเพิ่มเติม นอกเหนือจากการนำเข้าพลังงาน มั่นใจว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพให้เพียงพอต่อความต้องการ ด้านดิจิตอลได้พัฒนาดาวเทียมและแหล่งเซิฟเวอร์หลายส่วน เพราะต้องยอมรับว่าดิจิตอลมีความสำคัญในยุคปัจจุบันมาก

“รายได้ประชากรเฉลี่ยในปี 2558 อยู่ที่ 186,000บาทต่อคนต่อปี อนาคตรัฐบาลจะเน้นเรื่องคนและเทคโนโลยีเป็นหลัก โดยสำรวจว่าคนไทยไม่ชอบเรียนอะไรยาก ๆ แต่จบแล้วไม่ตรงกับความต้องการของตลาด มีแค่ 30เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ตรงเราจึงจะเน้นการพัฒนาต่อยอดในจุดนี้ เพื่อให้ตรงกับความต้องการของตลาด นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมรัฐบาลต้องทำทุกอย่างควบคู่กันไป เพื่อเป็นการวางรากฐานประเทศ เปรียบถ้าคนไทยเป็นลูกดอก ส่วนหน้าเป็นหัวลูกดอกที่จะต้องจับเคลื่อนพาหัวลูกดอกไปสู่เป้าหมายให้ได้มากที่สุด” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว กล่าว

ส่วนการจัดเตรียมนักรบไซเบอร์ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการเตรียมการด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ขณะนี้เราก้าวเข้าสู่โลกไซเบอร์ ซึ่งมีทั้งแง่บวกและลบ โดยแง่ลบคือการละเมิดบุคคลที่สาม และการทำลายข้อมูล จึงต้องออกมาตรการต่าง ๆ จับตาการใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่ผิด ซึ่งขณะนี้มีกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ทำงานร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงและคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

“ได้ออกกฎหมายพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์มาบังคับใช้แล้ว จากนี้จะมีกฎหมายตามมา เกี่ยวกับการละเมิดบุคคลที่สาม แต่บุคลากรยังไม่เพียงพอ ทำให้ต้องจัดอบรมนักรบไซเบอร์เพิ่มเติม โดยตั้งเป้าจะเร่งดำเนินการให้ได้ 1,000 คน ซึ่งจะคัดเลือกบุคคลเข้าอบรมหลักสูตรนักรบไซเบอร์ 200 คนในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ โดยต้องใช้งบประมาณฝึกอบรม 350 ล้านบาท” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว

นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงปฏิรูปการศึกษาหลายด้านทั้งระบบบริหารจัดการภาครัฐ โดยเน้นโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่มีผลต่อผู้เรียนโดยตรง คือการพัฒนาครูที่ต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วน โดยคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติให้ดำเนินโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นในระยะเวลา 10 ปี ซึ่งมีหลักการผลิตครูตามอัตราที่จะบรรจุ โดยในปีนี้ได้คัดเลือกสถาบันที่จะใช้ผลิตครูที่มีศักยภาพตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และผลิตครูตามวิชาชีพที่ต้องการและขาดแคลน เพื่อรองรับนักศึกษาใหม่และอีกแนวทางหนึ่งคือการคัดเลือกจากนักศึกษาครูเข้าสู่ระบบการบรรจุและพัฒนาให้เป็นครูดีครูเก่ง

“ในปีที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้จัดสรรงบประมาณให้ครู 10,000 บาทต่อคนต่อปี หรือที่เรียกว่า คูปองครู เพื่อให้ครูไปเลือกหลักสูตรที่ต้องการและสนใจพัฒนา โดยมีครูกว่า 3 แสนคนเข้าสู่ระบบนี้เพื่อเข้ารับการอบรม และในปีนี้ มีครูเข้ารับการอบรมหลักสูตร กว่า 270,000 คน ใน 785 หลักสูตร ซึ่งการปรับปรุงประสิทธิภาพครูจะส่งผลต่อประสิทธิภาพของผู้เรียนด้วย” รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าว

ขณะที่นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานมีภารกิจสำคัญเรื่องการสนับสนุนงานรัฐบาล เรื่องแรกคือจัดทำแผนพัฒนาการผลิตไฟฟ้า(พีดีพี) ที่จะปรับปรุงแผนในปี2018 จัดหาแหล่งพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการ แต่จะไม่เพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน รวมถึงต้องรักษาสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นศักยภาพเชื้อเพลิงการผลิตไฟฟ้าแต่ละภูมิภาค โดยจะสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล มั่นใจได้ว่าแผนพีดีพีจะทำให้การจัดหาแหล่งพลังงานไฟฟ้าเพียงพอต่อความต้องการ

“ส่วนการเปิดประมูลการสำรวจและผลิตไฟฟ้าอุตสาหกรรมปิโตรเคมี จะเปิดในเร็ว ๆ นี้ เพื่อให้มีคู่สัญญาร่วมผลิตได้ทันกับความจำเป็นการใช้พลังงานของประเทศด้วย ส่วนโครงการไทยนิยมยั่งยืนได้สนับสนุนการจัดหาแหล่งพลังงานเสริม เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพื้นที่ชายขอบที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง โดยจะส่งเสริมด้านงบประมาณให้เข้าถึงแหล่งพลังงานเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้เหมือนคนในเมือง” ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าว

นางอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า กระทรวงดีอีเน้นการพัฒนาประเทศไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 และการพัฒนาเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สิ่งสำคัญคือต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลให้กับประชาชน โดยรัฐบาลมีโครงการเน็ตประชารัฐให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ ขณะนี้เสร็จแล้ว 24,700 หมู่บ้าน คิดเป็นร้อยละ 41ของทั้งประเทศ มีอินเตอร์เน็ตเข้าถึงหมู่บ้านแล้วกว่า 15,700 หมู่บ้าน คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปีนี้

“ประโยชน์ของเน็ตประชารัฐจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ให้เข้าถึงประโยชน์ในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะด้านสาธารณสุขที่จะช่วยสื่อสารข้อมูลระหว่างผู้ป่วยในหมู่บ้านกับโรงพยาบาล และเพื่อให้ประชาชนมีช่องทางจำหน่ายสินค้าของชุมชนผ่านออนไลน์ได้ โดยส่งวิทยากรที่มีความรู้ไปแนะนำการใช้อินเตอร์เน็ตให้ผู้นำชุมชน สำหรับการจะเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไปยังแต่ละครัวเรือนของประชาชน ได้มอบให้ผู้บริการด้านอินเตอร์เน็ตรายอื่น เข้ามาเชื่อมต่อโครงข่ายที่รัฐบาลวางไว้ ซึ่งอยู่ระหว่างภาคเอกชนยื่นคำขอเข้ามา” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว

ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ในส่วนกระทรวงยุติธรรม การร่างกฎหมายแต่ละฉบับมีหลักการคือทุกคนต้องได้รับความยุติธรรมอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รัฐบาลพยายามทำให้กระบวนการยุติธรรมเข้าถึงคนทุกภาคส่วน จึงจัดตั้งกองทุนยุติธรรมขึ้นมาเพื่อดูแลประชาชน โดยจะออกเงินค่าวางศาล เงินค่าจ้างทนายความให้โดยรัฐเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในรูปแบบกองทุน เพราะหลักการแล้วผู้ต้องหาคือผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ยังไม่ถูกศาลพิพากษา โดยจะดำเนินการเป็นนิติบุคคล และสามารถทำให้คนเข้าถึงได้เป็นจำนวนมากขึ้น ขณะนี้กำลังจัดอบรมผู้นำหมู่บ้านเพื่อให้สามารถเป็นตัวแทนช่วยเหลือชาวบ้านแต่ละพื้นที่เข้าถึงความยุติธรรมได้ โดยเชื่อว่าหากประสบความสำเร็จแล้วประชาชนที่ยากจนจะไม่ต้องร้องไห้อีกแล้ว เมื่อมีเรื่องราวเข้าสู่ศาล ทุกคนจะเข้าถึงความยุติธรรมอย่างแน่นอน

ในโอกาสนี้ พล.อ.อ.ประจิน ตอบคำถามจากทางบ้านที่ชมผ่านทาง Facebook live เรื่องเน็ตประชารัฐ ว่า ขณะนี้เน็ตประชารัฐให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว โดยจุดบริการจะอยู่ในพื้นที่ที่กำหนดของแต่ละหมู่บ้าน ต่อไปจะเปิดให้ผู้ให้บริการภาคเอกชนต่อยอดเชื่อมโครงข่ายไปยังบ้านของประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่นที่หมู่บ้านท่าสำโรง ที่จ.ชัยนาท มีขนมหน้าควายลุย เมื่ออินเตอร์เนตเข้าถึงหมู่บ้านจึงเกิดการรับรู้ในวงกว้างและตามมาด้วยการสร้างงานสร้างรายได้.-สำนักข่าวไทย