เปิดใจคู่ผัวเมีย อู้ฟู่เปิดธุรกิจเช่าสินสอด ไม่ใช่เงินกู้แค่บริการบ่าวสาว

เปิดใจคู่ผัวเมีย อู้ฟู่เปิดธุรกิจเช่าสินสอด ไม่ใช่เงินกู้แค่บริการบ่าวสาว

สามีภรรยาชาวเชียงใหม่เจ้าของธุรกิจที่สังคมฮือฮา บริการเช่าสินสอดสำหรับคู่บ่าวสาว เริ่มต้นเพราะเคยประสบเหตุกับตัวเอง จึงผุดไอเดียธุรกิจเพื่ออำนวยความสะดวกให้บ่าวสาว ยืนยันไม่ใช่เป็นการกู้ยืมเงิน จากกรณีที่โลกโซเชียลมีเดียแชร์เกี่ยวกับธุรกิจให้เช่าสินสอด ไม่ว่าจะเป็นเงินสด ทองแท่ง หรือรถคันหรู สำหรับคู่บ่าวสาวที่วางแผนจะแต่งงาน โดยโพสต์โฆษณาประชาสัมพันธ์ธุรกิจดังกล่าวลงในเพจเฟซบุ๊ก

โดยบริการให้ยืมเงินสดเริ่มต้นตั้งแต่ 300,000 บาท ไปจนถึง 10 ล้านบาท หรือทองคำแท่ง เริ่มตั้งแต่แท่งละ 10 บาท ไปจนถึงแท่งละ 100 บาท รวมทั้งการใช้บริการเป็นแพ็คเกจ ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบพบว่าเจ้าของธุรกิจดังกล่าว คือ นายตะวัน อายุ 31 ปี และ นางสาวข้างกาย อายุ 28 ปี สองสามีภรรยาชาวเชียงใหม่ ที่ทำธุรกิจบริการเกี่ยวกับการจัดงานแต่งงาน ทั้งคู่เปิดเผยว่า เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจบริการให้เช่าสินสอด สำหรับคู่บ่าวสาวที่จะแต่งงานเมื่อประมาณ 2-3 เดือน จากเดิมที่ 2 ปีที่แล้วเริ่มทำธุรกิจบริการให้เช่ารถหรู รถโบราณ หรือรถคลาสสิค สำหรับนำไปใช้เข้าร่วมฉากในงานแต่งงาน โดยแนวคิดในการเริ่มต้นทำธุรกิจนี้ มาจากประสบการณ์ของตัวเองที่แต่งงานกันเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ที่รู้สึกว่าหากมีเงินสดและทองจำนวนมากมาวางในงาน รวมทั้งมีรถคันหรูด้วย เพื่อจะเป็นหน้าเป็นตาของครอบครัวและคู่บ่าวสาวเป็นอย่างมาก ซึ่งในเวลานั้นตัวเองทั้งคู่ไม่มีโอกาสเช่นนั้น จึงเกิดแนวความคิดว่า ธุรกิจนี้น่าจะมีความเป็นไปได้ในการที่จะช่วยตอบสนองเติมเต็มความต้องการและสร้างความทรงจำที่ดีให้กับคู่บ่าวสาวที่แต่งงาน

นับตั้งแต่ที่เริ่มต้นธุรกิจถึงปัจจุบันมีคู่แต่งงานที่ใช้บริการแล้วหลายคู่ โดยบริการเงินสินสอดสูงสุดที่ลูกค้าใช้บริการถึงเวลานี้ คือ เงินสด 1 ล้านบาท ที่อยู่ในโปรโมชั่น 49,999 บาท ซึ่งได้สินสอดในงานแต่งเป็นเงินสดพร้อมรถเบนซ์ติดโบว์ โดยข้อมูลส่วนตัวทุกอย่างของลูกค้าจะเก็บไว้เป็นความลับทั้งหมด สำหรับการให้บริการดังกล่าวนี้นั้น ย้ำว่าไม่ได้เป็นการปล่อยเงินกู้แต่อย่างใด รวมทั้งจะเรียกว่าเป็นการให้เช่าก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะความจริงแล้วเป็นบริการในลักษณะของการให้บริการจัดงานแต่งงานเหมือนที่มีผู้ให้บริการทั่วไป เพียงแต่ว่าบริการของตัวเองเปลี่ยนจากของประดับตกแต่งงานอื่นๆ เช่น น้ำแข็งแกะสลัก, เค้ก หรือดอกไม้ เปลี่ยนมาเป็นเงินสด ทองคำแท่ง และรถหรู แทนเท่านั้น โดยการให้บริการนอกจากนำเงินสด ทองคำแท่งไปร่วมงานแล้ว ยังมีการจัดคนไปคอยให้บริการต่างๆ เช่น มีช่างภาพให้ เป็นต้น ส่วนเงินสดและทองคำแท่งที่นำไปร่วมงานแต่งงานนั้น เจ้าของธุรกิจดังกล่าว ยืนยันว่า เงินสดและทองคำแท่งทั้งหมดเป็นของจริง แต่ก็ไม่มีความเป็นห่วงหรือกังวลใดๆ ทั้งสิ้นว่าจะไม่ได้คืนจากลูกค้าหลังเสร็จบริการ ทั้งนี้เพราะมีการคัดกรองลูกค้าอย่างดีโดยก่อนการให้บริการจะมีการทำความเข้าใจกันและทำสัญญาไว้อย่างชัดเจน ทั้งกับตัวคู่บ่าวสาวและพ่อแม่ครอบครัวของทั้งสองฝ่าย ระบุว่า เงินสดและทองคำแท่งทั้งหมดนั้น เป็นเพียงบริการที่นำมาใช้จัดแสดงในงานเท่านั้น และระหว่างงานจะมีเจ้าหน้าที่ของตัวเองเป็นผู้ดูแลหรือถือไว้เองตลอด รวมทั้งมีรายละเอียดเงื่อนไขต่างๆ อีก หากลูกค้ายอมรับและปฏิบัติตามได้จึงจะตกลงรับงานนั้น ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีปัญหาใดๆ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ sanook